นางอัปสร เทพธิดาน้ำนม




ที่มาภาพ: http://uauction4.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=383&qid=169446




                       สวัสดีค่ะ ก็กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ สำหรับครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 แล้วเนอะ วันนี้ผู้เขียนก็มีสาระมาฝากผู้อ่านอีกเช่นเคยค่ะ :D เพียงแต่ว่า คราวนี้ไม่ได้มาในธีมสถานที่ท่องเที่ยวนะคะ วันนี้จะนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับศิลปะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ !!! เป็นเรื่องเกี่ยวกับนางฟ้าผู้เลอโฉมแต่ก็น่าสงสารในคราวเดียวกัน
 หากพูดถึงเทพธิดา นางฟ้า หลายคนอาจจะนึกถึง รูปร่างหน้าตานางฟ้าฝั่งกรีก ยุโรปกันเป็นอย่างแรก มีปีก ผิวขาวนวล ผมหยักศก หน้าออกไปทางยุโรป แต่วันนี้ ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับนางฟ้าในตำนานเรื่องเล่าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กัน นั่นก็คือ นางอัปสร



ที่มาภาพ : https://www.silpa-mag.com/history/article_19980



                   คำว่า “อัปสร” นั้น มาจากภาษาสันสกฤต “อัป” หมายถึง น้ำ  และ “สร” หมายถึง การเคลื่อนไป ดังนั้นอัปสร จึงหมายถึง ผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ อันเป็นกำเนิดของนาง ทว่าโดยทั่วไป ถือว่านางเป็นชาวสวรรค์


               อัปสร  นั้นป็นนางฟ้าจำพวกหนึ่ง มาจากตำนานการ "กวนเกษียณสมุทร" ซึ่งคือการกวนน้ำในมหาสมุทรให้เหลือเพียงหนึ่งถ้วย เพื่อเป็นน้ำทิพย์ เมื่อดื่มแล้วจะเป็นอมตะ อยู่ในตอนอวตารหนึ่งของพระนารายณ์มาเป็นเต่า (กูรมาวตาร ) ดังปรากฏในเนื้อเรื่องของมหากาพย์มหาภารตะ  พวกนางเกิดมาจากในการกวนน้ำอมฤตของเหล่าเทวดาและอสูร ที่ทั้งสองต่างต้องก็อยากได้มาดื่มเพิ่มอิทธิฤทธิ์ให้กับตัวเองตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู  การกวนเกษียรสมุทรในครั้งนั้นนอกจากจะทำให้เกิดกรณี“แค้นฝังลึก”ระหว่างอสูรกับเทวดาแล้ว ฟองน้ำที่ผุดขึ้นมาจำนวนมากมายมหาศาลได้ก่อเกิดเป็นนางอัปสรานับแสนๆนาง บางตำนานว่ามีมากถึง 35 ล้านฟอง ซึ่งนางอัปสรนั้นเป็นสิ่งวิเศษลำดับที่ 4 ที่ผุดขึ้นมาจากหม้อกวนเกษียรสมุทร


 ‘’ ที่สี่ที่ขึ้นจาก          ชลา ลัยฤๅ
คือคณาอับศร               เฉิดแฉล้ม
รูปโฉมสุดโสภา            หาเปรียบ ไม่เลย
งามเนตร์งามเกศแก้ม ก่องฉวี
ท่วงทีมารยาทล้วน     ยวนใจ
เสียงเสนาะขับรำ            ร่ำร้อง
แต่หาสุรเทพใด              รับบ่ มีเลย
เหตุฉะนั้นจึงต้อง             อยู่ลอย
คอยบำเรอเทพไท้      เปรมปรีดิ์
ยามเทพใดมีทุกข์           ช่วยแก้
เปรียบโสภิณีนางในโลก    มนุษย์แล
เป็นแบบแต่นั่นแล้          สืบมา ‘’




คุณสมบัติของนางอัปสร
        นางอัปสรมีความงามเป็นอย่างมาก
มีอำนาจแปลงกายได้ และยังมีความสามารถในการร้องรำทำ
เพลง แต่ทว่า พวกนางกลับไม่ได้รับความสนใจจากเหล่าเทวดาซักองค์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้พวกนางต้องกลายเป็นเพียงนางบำเรอสาธารณะ ที่คอยบำเรอให้แก่เหล่าเทพ 



ที่มาภาพ:http://www.trueplookpanya.com/blogdiary/3860



      ตำนานและความเชื่อที่แตกต่าง


             มีบางตำนานได้กล่าวว่า มีนางอัปสรเพียง 1 องค์เท่านั้น ที่ได้รับเกียรติสูงสุด ถูกอัญเชิญเป็นชายาของพระนารายณ์ คือ พระนางลักษมีเทวี  
       
 ที่มาภาพ: https://www.siamganesh.com/laksmi.html

          

           -  ตำนานของ ส.พลายน้อยเล่าว่า เหล่านางอัปสร ถือว่าเป็นนางฟ้าที่โชคร้ายเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
พวกนางถูกกล่าวหาว่าเป็นหญิงที่ไม่เคยรักใครจริงจัง ชอบเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย ทำให้เหล่าเทวดาและอสูรจึงเห็นนางอัปสราเป็นแค่นางบำเรอกามที่มีไว้เพื่อช่วยให้เสร็จสมอารมณ์หมายเท่านั้น โดยหลายๆคนเชื่อว่านางอัปสราในนครวัดสร้างขึ้นตามความเชื่อนี้ เพราะพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ต้องการสร้างนครวัดให้เป็นดังสวรรค์จำลองถวายแก่พระวิษณุ ด้วยเหตุนี้จึงได้สร้างนางอัปสราขึ้นมาเพื่อเป็นนางฟ้าฟ้อนรำ และนางบำเรอกามแก่เหล่าเทวดาที่อาศัยอยู่บนสรวงสวรรค์
     
        -  ด้านราชบัณฑิตเสฐียรพงษ์เขียนไว้ว่า หลังเหล่านางอัปสรถือกำเนิดขึ้น พระอินทร์ได้รับเอานางอัปสรไปเป็นนางบำเรอจำนวนมาก นอกจากจะเอาไว้เชยชมเองแล้ว ยังใช้นางอัปสรเป็นเครื่องมือในการทำลายตบะของบรรดาฤาษีชีไพรอีกด้วย


         - ด้านความเชื่อของชาวเขมรนั้น นางอัปสราคือนางฟ้าหรือเทพธิดาผู้รับใช้และคอยดูแลศาสนสถาน ถือยกย่องนางอัปสราเป็นเทพธิดาผู้ดูแลศาสนสถานและเป็นเทพธิดาแห่งความดีงาม เช่น การสร้างรูปสลักนางอัปสราจำนวนมากมายในนครวัด เพราะพื้นที่ของนครวัดนั้นออกจะใหญ่โต ซึ่งก็ทำให้เหล่าเทพธิดาผู้ดูแลย่อมมีจำนวนมากมายตามไปด้วย




  งานศิลปะนางอัปสร

          ภาพสลักของนางอัปสรนั้นสามารถพบได้ทั่วไปบนปราสาทที่สร้างขึ้นตามความเชื่อของฮินดู แต่จะสามารถพบได้มากที่สุด พพบได้ที่ประเทศกัมพูชา หรือ เขมร โดยเฉพาะจังหวัดเสียมเรียบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครวัด ปราสาทที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีรูปสลักนางอัปสรจำนวนมาก รอบตัวปราสาทอีกด้วย โดยผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างดังนี้

1.ปราสาทนครวัด
 
ที่มาภาพ: https://www.wonderfulpackage.com/article/v/16/

                       ปราสาทนครวัดมีภาพสลักหินเป็นรูปเทพธิดาหรือนางฟ้านาง
อัปสรจำนวนมาก นักโบราณคดีและนักท่องเที่ยวหลายคนพยายามนับว่ามีทั้งหมดเท่าไร แต่ถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครยืนยัน
จำนวนแน่นอนได้

          รูปร่างของอัปสราในยุคก่อนและหลัง นครวัด ล้วนมีรูปร่างอวบอิ่ม 
พิมพ์นิยมแบบสาวแขกในยุคก่อน มีหน้าท้องเล็กน้อย เพราะเชื่อว่าทำให้เต้นระบำได้งามนัก  รูปแกะสลักของนางอัปสราที่ผนังแต่ละองค์ไม่ใส่ท่อนบน อีกทั้งรูปร่างหน้าตาก็แตกต่างกัน แม้แต่ทรงผมหรือการแต่งกาย ก็มีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจิตนาการของช่างแกะสลักในยุคนั้น จัดเป็นความสวยงามและความเพลิดเพลินของผู้ได้พบเห็น

ที่มาภาพ:http://wow.in.th/m3Xv

       

              สามารถพบนางอัปสรในนครวัด ได้หลายรูปแบบ เช่น


-นางอัปสรายิ้มแฉ่ง อยู่แถวซุ้มประตูชั้นแรกก่อนถึงตัวปราสาท ที่ถือเป็น 1 ใน 2 ของนางอัปสราทั้งหมด
ที่บนใบหน้ามีรอยยิ้มจนเห็นฟัน
-นางอัปสราลิ้น 2 แฉก อยู่ที่องค์ปรางค์ประธาน
-นางอัปสราผ้าหลุด ต้องใช้การสังเกตุซักเล็กน้อย มีอยู่ส่วนหนึ่งภายในตัวปราสาท

นางอัปสรายิ้มแฉ่ง
ที่มาภาพ:https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kruaun&month=31-08-2006&group=3&gblog=2





2.ปราสาทบันทายสรี


ที่มาภาพ:https://www.smileycambodia.com/1428-2/


ที่มาภาพ :http://wow.in.th/ZeSZ

                  เกล้ามวยผมไปด้านหลัง เปลือยกายท่อนบน ไม่สวมเสื้อ สวมเครื่อง

ประดับ นุ่งผ้านุ่งยาวเรียบไม่มีริ้ว มีการชักชายผ้าออกมาตรงขอบผ้านุ่ง รวมถึงปรากฏเส้นริ้วตรงกลางผ้านุ่งลักษณะคล้ายกับจีบหน้านางในสมัยก่อนเมืองพระนคร แต่มีลักษณะลายแบบชายผ้าหางปลาทวารบาลอยู่ภายในซุ้ม
เรือนแก้ว เป็นซุ้มคดโค้งตามแบบศิลปะบันทายศรี






                                  ก็จบลงไปแล้วนะคะ สำหรับสาระเกี่ยวกับนางอัปสรที่ผู้เขียนนำมาฝากผู้อ่านทุกท่านในวันนี้ ผู้อ่านเองก็คงได้เห็นถึงความงดงามและประวัติและตำนานความเชื่อเกี่ยวกับนางอัปสรกันแล้วใช่มั้ยคะ ถ้าหากว่าผู้อ่านเกิดสนใจ อยากรู้รายละเอียดมากขึ้น ก็สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับการกวนเกษียรสมุทรได้เพิ่มเติม หรือหากอยากไปสัมผัสบรรยากาศในปราสาทที่ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างมา ทั้งสองที่ตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา จังหวัดเสียมเรียบล่ะค่ะ :D สำหรับวันนี้ผู้เขียนก็ขอตัวลาไปก่อน ครั้งหน้าก็กลับมาในสาระเรื่องอะไรอีกนั้น รอติดตามนะคะ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ






อ้างอิง


พล อิฏฐารมณ์. (2560). "นางอัปสร"โสเภณีแห่งสรวงสวรรค์. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562. จากhttps://www.silpa-mag.com/club/miscellaneous/article_4267

รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี. (ม.ป.ป). นางอัปสร ปราสาทบันทายศรี. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562. จากhttp://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/sculptureth/กัมพูชา/item/490-นางอัปสรปราสาทบันทายศรี.html

รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี. (ม.ป.ป). นางอัปสร ปราสาทนครวัด. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562. จาก

ปิ่น บุตรี.(2548).แด่...“อัปสรา”เทพธิดาผู้ต้องชะตากรรมและชะตากาม.สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562.จาก https://mgronline.com/travel/detail/9480000131974

ฤาษีเอก.(2559).สาวงามอัปสราปราสาทนครวัด.สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562.จาก http://wow.in.th/pvt4

สีสันทัวร์.(ม.ป.ป).อัปสรา...บาทบริจาริกาแห่งสวรรค์.สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562.จาก http://www.seasuntour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=347721&Ntype=3



Comments