มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟูดดิน ศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวมุสลิมในบรูไน
สวัสดีค่ะ!! กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับโพสต์ที่แล้ว ผู้อ่านหลายคนได้เดินทางไปเยี่ยมชมป้อมซานติเอโกกันมั้ยคะ? สำหรับวันนี้ค่ะ ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกคนไปประเทศบรูไนกันค่ะ ถึงประเทศบรูไนจะเป็นประเทศเล็กๆที่มีประชากรไม่กี่แสนคน และขึ้นชื่อที่สุดก็คือเรื่องน้ำมัน แต่จริงๆ ในประเทศบรูไนนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายหลายที่เลยนะคะ และวันนี้ผู้เขียนก็ขอเสนอ มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟูดดิน ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน มีมัสยิดหลวงขององค์สุลต่าน ที่สวยงามและโดดเด่นตั้งอยู่ใจกลางเมือง “โอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน” เป็นมัสยิดเก่าแก่ ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 28 ของบรูไน ซึ่งมัสยิดหลังนี้ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน ผู้ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปนิกสมัยใหม่ของบรูไน
มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามและโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก!! ซึ่งสถาปัตยกรรมของมัสยิดแห่งนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม กับสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “มินิทัชมาฮาล” นั่นเอง
ภายนอกนั้นมีสัญลักษณ์ที่เด่นชัดมาก คือ “โดมทองคำ” ที่อยู่บนยอดสูงสุดของมัสยิด ซึ่งใช้แผ่นทองคำถึง 3 ล้าน 3 แสนแผ่น ส่วนวัสดุในการก่อสร้างนั้น ใช้หินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี หินแกรนิตจากประเทศเซี่ยงไฮ้ ด้านในตกแต่งด้วยหินอ่อนและกระเบื้องสีอย่างเรียบง่าย ปูพรมที่สั่งทอพิเศษผืนใหญ่มหึมา เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ในการสวดขอพร บริเวณด้านหน้าของมัสยิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีการจำลองเรือพระราชพิธีมาประดับไว้ นั่นก็เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของมัสยิด อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งดินแดนสรวงสวรรค์
เวลาเปิด-ปิด:
เวลาเข้าชมวันเสาร์ - วันพุธ เวลาเข้าชม 8.30 -12.00 น., 13.30 -15.00 น., 16.30 -17.30 น.
เวลาสวด 8.00 - 8.30 น. (ทุกวันยกเว้นวันละหมาด)
ก่อนเข้าชมผู้หญิงจะต้องเปลี่ยนชุด นักท่องเที่ยวจะต้องเก็บสิ่งของไว้ในล็อกเกอร์และห้ามถ่ายรูป
นี่ก็เป็นข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นะคะ เพียงแค่อ่านก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการมากๆแล้ว แถมน่าเสียดายที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ไม่มีรูปภายในมัสยิด เนื่องจากกฎที่ห้ามถ่ายรูป ถ้าผู้อ่านอยากรู้ว่าข้างในจะยิ่งใหญ่และอลังการแค่ไหน ผู้เขียนก็ขอแนะนำอย่างมากเลยว่าต้องไปให้ได้ล่ะค่ะ สำหรับครั้งหน้าผู้เขียนจะพาไปสถานที่ใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น คอยติดตามกันด้วยนะคะ วันนี้ก็ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้า สวัสดีค่ะ
อ้างอิง
มติไทย.(2556).มัสยิด โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน มัสยิดหลวงของสุลต่าน.สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2562.จาก http://www.matithainews.com/?p=6019
Govivigo.(ม.ป.ป).มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟูดดิน.สืบค้นเมื่อน 19 สิงหาคม 2562 .จาก https://www.govivigo.com/ideas/22-brunei-darussalam-%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5-%
ที่มา:shorturl.at/fltuw
มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามและโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก!! ซึ่งสถาปัตยกรรมของมัสยิดแห่งนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม กับสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “มินิทัชมาฮาล” นั่นเอง
ที่มา:shorturl.at/fltuw
ภายนอกนั้นมีสัญลักษณ์ที่เด่นชัดมาก คือ “โดมทองคำ” ที่อยู่บนยอดสูงสุดของมัสยิด ซึ่งใช้แผ่นทองคำถึง 3 ล้าน 3 แสนแผ่น ส่วนวัสดุในการก่อสร้างนั้น ใช้หินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี หินแกรนิตจากประเทศเซี่ยงไฮ้ ด้านในตกแต่งด้วยหินอ่อนและกระเบื้องสีอย่างเรียบง่าย ปูพรมที่สั่งทอพิเศษผืนใหญ่มหึมา เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ในการสวดขอพร บริเวณด้านหน้าของมัสยิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีการจำลองเรือพระราชพิธีมาประดับไว้ นั่นก็เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของมัสยิด อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งดินแดนสรวงสวรรค์
ที่มา:shorturl.at/abknP
มัสยิดแห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวมุสลิมในบรูไน ซึ่งจะมีการประกอบพิธีทางศาสนา โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอนค่ะ ซึ่งเป็นเดือนในการถือศีลอดของชาวมุสลิม การถือศีลอดนั้นเป็นการละ การงด การยับยั้ง ส่วนความหมายในทางศาสนา หมายถึง การละเว้นการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจนกระทั่งพระอาทิตย์ตก จะมีระยะเวลา 29 วัน หรือ 30 วัน ชาวมุสลิมในประเทศบรูไน ให้ความสำคัญกับประเพณีทางศาสนานี้เป็นอย่างมาก ทำให้มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาปฏิบัติศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอนอย่างหนาแน่นกันเลยทีเดียว
เวลาเปิด-ปิด:
เวลาเข้าชมวันเสาร์ - วันพุธ เวลาเข้าชม 8.30 -12.00 น., 13.30 -15.00 น., 16.30 -17.30 น.
เวลาสวด 8.00 - 8.30 น. (ทุกวันยกเว้นวันละหมาด)
ก่อนเข้าชมผู้หญิงจะต้องเปลี่ยนชุด นักท่องเที่ยวจะต้องเก็บสิ่งของไว้ในล็อกเกอร์และห้ามถ่ายรูป
นี่ก็เป็นข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นะคะ เพียงแค่อ่านก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการมากๆแล้ว แถมน่าเสียดายที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ไม่มีรูปภายในมัสยิด เนื่องจากกฎที่ห้ามถ่ายรูป ถ้าผู้อ่านอยากรู้ว่าข้างในจะยิ่งใหญ่และอลังการแค่ไหน ผู้เขียนก็ขอแนะนำอย่างมากเลยว่าต้องไปให้ได้ล่ะค่ะ สำหรับครั้งหน้าผู้เขียนจะพาไปสถานที่ใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น คอยติดตามกันด้วยนะคะ วันนี้ก็ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่โพสต์หน้า สวัสดีค่ะ
อ้างอิง
มติไทย.(2556).มัสยิด โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน มัสยิดหลวงของสุลต่าน.สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2562.จาก http://www.matithainews.com/?p=6019
Govivigo.(ม.ป.ป).มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟูดดิน.สืบค้นเมื่อน 19 สิงหาคม 2562 .จาก https://www.govivigo.com/ideas/22-brunei-darussalam-%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5-%



Comments
Post a Comment